+ เกิดมา ต้องตอบแทนคุณแผ่นดิน +

สุข , จดหมายถึงเพื่อน

 

 

 

 

สวัสดีครับ

 

 

 

 

 

 

 

ก็ผ่านพ้นไปด้วยดี  สำหรับงานเลี้ยงวันเกิดเล็กๆ ของผมเมื่อ 14 ก.พ.50

ที่ MK @MBK ไม่มีปัญหาอย่างที่กังวล 

เพราะผมคิดไว้ในใจ " ถ้ากรูทำเรื่องแค่นี้ไม่ได้นะ...

อย่างหวังจะไปเป็นแฟนใครเล๊ยยย ไม่มีใครเขาเอากรูหร๊อก...

"การบริหารการกระจายและขนส่ง" ที่อยากเรียนรู้ ก็ไม่ต้องเรียนล่ะ "

ไปหาย่างอื่นเรียนได้เลย ไอ้ปอ!!!

 

 

 

เขินๆ ตอนที่เข้าไปบอกหน้าร้านว่า  " 15 ที่ที่ติดต่อไว้อะครับ " แล้วพนักงานก็ ว. กัน เสียงเล็ดออก ว. กันซะทุกเครื่อง " 15 ที่มาแย้วๆๆ" หันมองกันพรึบ!!!

เขินครับ - เขิน

 

 

รอออยู่ 20 นาทีก็ได้โต๊ะ แต่พลพรรคยังไม่มีใครมา แอบตกประหวั่นพั้นสพรึง เล็กน้อยถึงปานกลาง  แต่ก็ใจชื้นขึ้นที่กำลังจะมาถึงกันแล้ว

ปุ้ย กับ ก้อย เพื่อนตั้งแต่ ม.1 มาเป็นกลุ่มแรก และก็สั่งเป็นหม้อแรก หมดเป็นหม้อแรก

ตามมาด้วย กวง กับ น้องอ๊อฟ 

ตามมาด้วยปิ๊ก 1 ใน  ปิ๊ก ปอ แป๊ะ บอยแบนด์ในตำนานของเอกบรรณฯ

( แป๊ะมาไม่ได้ ติดสอบราม แหม มีการบอก "ย้ายวันเลี้ยงได้ไหมจะได้มากิน" เฮ้ย งานวันเกิดนะเว้ย ถ้าเลี้ยงวันอื่นก็ไม่ใช่วันเกิดกรูอะเด๊)

หลังจากนั้นก็เป็น เก๋

ตามมาด้วย กลุ่มที่ผมเรียกเองว่า กลุ่มหอเมย์แฟร์ มี เน็ง กระนุ้ก พี่เป้และน้องแจง

ปิดท้ายด้วย ท่านเจ้าภาพและภริยา

 

ขอบคุณมากๆ สำหรับพี่กั๊ก พลอย ต่าย โด่ง  และเพื่อนแท้ของผมคนนึง ที่ถึงแม้จะมาไม่ได้ แต่ก็มีความตั้งใจที่จะมา และส่งคำอวยพรมาให้ในทุกๆช่องทาง

ขอบคุณจากหัวใจดวงน้อยๆของผมครับ

 

 

 

 

งานนี้...

 

*~  ดีใจครับ เห็นเพื่อนๆพี่ๆน้องๆสนุกกัน 

*~ ผมยิ้มอย่างไม่ห่วงฟันเหยิน หัวเราะอย่างไม่กลัวโต๊ะข้างๆ ขว้างแก้ว      (ขอซักวันนึงเนอะ แฮ่ๆ)

 

 

 

 

ความร้สึก :

.................................................................................................................

................................................................................................................

................................................................................................................

 

 

ไม่มีคำบรรยายในความรู้สึกครับ

 

รู้แต่ว่า มีอยู่ตอนนึง ผมถึงคิวจะต้องทำอะไรนี่แหละ แน่ยังไม่ทำ แล้วไอ้ปุ้ยแซว

"อ้าว ไอ้ปอ มัวแต่ทำหน้าตื้นตันอยู่นั่นแหละ "

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณที่ทุกๆ เสียสละเวลามาร่วมสร้างความทรงจำดีๆ ให้ผม

ขอบคุณของขวัญทุกๆ ชิ้นที่มีค่าทางความรู้สึกมากมาย

ขอบคุณทุกๆคำอวยพร ทุกๆกำลังใจ

จากทุกๆคนทั้งที่มาและไม่ได้มา และ

ที่ส่งมาจากทุกๆช่องทางการสื่อสาร ทั้ง เมสเสซ  โทรฯ และอื่นๆ

 

 

 

 

ผมอดอุทานในใจไม่ได้ว่า "เฮ้ย มีคนรักกรูมากขนาดนี้เชียวรึ"

 

 

 

 

 

 

 

 

กลับบ้านเมื่อไหร่จะเอารูปมาให้ดูกันครับ

 

 

 

ที่สำคัญ    วันเกิดผมปีนี้ อาจต้องกลายเป็นวันเหงาๆ วันหนึ่ง งานวันนั้นคงเกิดขึ้นไม่ได้  ถ้าไม่มี ผู้ริเริ่ม และรับเป็นเจ้าภาพทั้งหมด

พ่อ เป็นคนที่ริเริ่มเสมอในทุกๆ เรื่องเสมอ พ่อริเริ่มอะไรไว้มากมายในทุกที่ที่พ่อทำงาน แต่พ่อไม่เคยบอกใคร

 

  แม้ใครก็ตามเขาจะให้พ่อเป็นเพียง "ที่ปรึกษา"

แต่พ่อคือ "ผู้บัญชาการที่ยิ่งใหญ่"  ของผมตลอดกาล

 

 

 

 

 

 

 

 

 

และแม่

แม่ สลัดชุดฝึกพรางนายพันเอกหญิง หลังจากเสด็จการรับเสด็จทูลกระหม่อมอาจารย์ ที่ ปราจีนฯ เสร็จ ก็รีบจับรถตู้เข้ากรุงเทพฯ (แม่ขับรถในกรุงเทพไม่ถนัด) มากินกับผมในวันนั้น เช้าวันรุ่งขึ้น แม่ก็กลับไปทำงานต่อ

เด็กๆ ผมมักมีปัญหาจุกจิกกับแม่เสมอ อาจเพราะแม่ผมเป็นคนตรง ไม่หวาน แต่แม่คือแม่ผู้เป็นพยาบาลทหารบกที่ยิ่งใหญ่ในใจผม ถ้าไม่มีแม่  ผมเป็นง่อยไปแล้ว

( พวก Anti-Nurse กรุณาไปไกลๆ เลยครับ ผมไม่มีวันลืมกำพืดตัวเอง  "แม่ผมเป็นพยาบาล" )

 

 

 

 

พ่อและแม่เป็นผู้ให้เสมอ

พ่อและแม่ของทุกๆคนก็เช่นกัน

รักพ่อและแม่ ให้มากๆ นะครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แต่วันนั้น

 

 

ในขณะที่เป็นวันเกิดผม  แต่มีเพื่อนแท้ของผมคนนึง กำลังมีความทุกข์ ผมโทรไปให้กำลังใจเขา โดยยกถ้อยคำในหนังเรื่อง เพื่อนสนิท มาพุดกับเขา แต่อย่างที่ทุกคนรู้ ผมมีปัญหาในการเรียบเรียงคำพูด รู้สึกว่าวันนั้นตัวเองพูดได้ไม่ดีเท่าไหร่

ผมจึงขอเรียบเรียง โดยใช้บรรยากาศและคำพูด ถ้อยคำในหนัง "เพื่อนสนิท" มาประกอบกับถ้อยคำและความรู้สึกของผมเอง (ปกติผมจะพูดกับเพื่อนคนนี้แบบสุภาพกว่านี้ครับ ) จนเป็น "จดหมายถึงเพื่อน" ฉบับนี้ เพื่อให้กำลังใจเขาอีกครั้ง และแทนความรู้สึกของผมทั้งหมด

 

 

 

 

จดหมายถึงเพื่อน

 

 

ถึงแก เพื่อนแท้ของฉัน

                     ตอนแรกฉันกะจะไม่เขียนถึงแก เพราะเราได้คุยกันไปแล้ว แต่ฉันกลับมาคิดว่า ส่วนที่ดีที่สุดของการเขียน ไม่ได้อยู่ตอนที่มานั่งนึกว่าเขาจะได้อ่านมันหรือเปล่า แต่เป็นตอนที่เราคิดจะเขียนถึงเขามากกว่า

                    ฉันขอบใจในน้ำใจของแกมากๆ ที่ตั้งใจมางานวันเกิดฉัน   แต่ก็ไม่อยากมาเศร้าซึมในวันที่ฉันมีความสุข    แต่แกก็มีความตั้งใจที่จะมา    มีความปรารถนาดีมาให้ฉันเสมอ  ฉันเข้าใจในความทุกข์ของแก    ฉันเข้าใจในปัญหาหัวใจของแกนะ   แกอาจจะต้องมีทุกข์กับความรักและความรู้สึกของแก   แกอาจจะต้องเลือก หรือเลิก  กับความรักของแก หรือมีอะไรลึกซึ้งเกินกว่าที่ฉันจะเข้าใจมันได้  แต่สำหรับฉันที่เป็นเพื่อนของแก  ฉันว่ามันมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนจะอยู่ได้นาน  และไม่มีวันจะเลิกกันได้ง่ายๆ   ก็คือการได้เป็นเพื่อนกับแก    ที่ผ่านมาฉันได้แต่จินตนาการว่า  ฉันได้เล่าอะไรต่อมิอะไรให้แกฟัง ในฐานะเพื่อนแท้ที่สนิทที่สุดคนหนึ่ง มันทำให้ฉันรู้สึกเป็นสุข    ที่สำคัญคือแกอยุ่กับฉันในวันที่ฉันทุกข์ที่สุดในหัวใจ     ฉันได้สัญญากับตัวฉัน ตั้งแต่วันนั้นว่า     ฉันเริ่มต้นด้วยความเป็นเพื่อนกับแก    เราเป็นเพื่อนกันมานาน และฉันก็จะเป็นเพื่อนกะแกทุกวินาที     ฉันก็จะเป็นเพื่อนกับแกตลอดไป    ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

             "ฉันรักแกว่ะ"  รักมากที่สุดเท่าที่เพื่อนคนนึง จะรักเพื่อนคนนึงได้

                                                        จาก มิสเตอร์วาเลนไทน์

                                              (ฉายาที่แกตั้งให้ไง)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ไม่ได้เว่อร์นะครับ    สารภาพอย่างไม่อายนะครับ การอัพไดวันนี้ ผมน้ำตาซึม ทั้งเรื่องวันเกิด และเพื่อน กำลังเอาหน้าแอบข้างๆซีพียู

 

 

 

 

 

 

 

เพลงให้เพื่อน

ฉันยังอยู่ : อิง อชิตะ ปราโมท ณ อยุธยา

 

 

 

---------------------------------------- ปอ ผู้ชายแถวหลัง
Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic