+ เกิดมา ต้องตอบแทนคุณแผ่นดิน +

เชียงใหม่ 24-26 กพ.50 , ซ้มกระบี่

รอซักพัก หรือกด F5 ไว้ได้เลยนะครับ "วันนี้ยาวมาก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สวัสดีครับ

 

หยุดกลับบ้านไปทำบุญกระดูกปู่กับย่ามาเมื่อวันเสาร์       และถือโอกาสไปพักใจจากปัญหาสารพันในการทำงาน มา 3 วัน ปรากฎว่า..........

พอเช้าวันอาทิตย์ ไม่รู้ว่าเพราะเครียดหรือเดินทางไกล อาการภูมิแพ้ที่เป็นอยู่เลยกำเริบ คัดจมูกน้ำมูกไหล เป็นผื่นตามตัว เจ็บคอ เหมือนคนที่เขาเป็นภูมิแพ้เขาเป็นกันทั่วๆไปอะครับ

มาถึงตอนนี้อาการก็ดีขึ้นมากแล้ว ยังเหลือเจ็บคออยู่นิดหน่อย

 

ก็เลยหายหน้าหายตา (ตัวหนังสือ) ไม่ได้มาคุยกับคุณ ได้แต่แวะเยี่ยมไดอารี่เพื่อนฝูง แต่ไม่ได้ลงเม้นท์ไว้เพราะวันสองวันมานี่สมองตื้อๆเพราะฤทธิ์ยาแก้แพ้

ส่วนเรื่องปัญหาในการทำงาน ก็ยังมีอยู่เหมือนเดิม ยังมีอาการเบื่ออยู่บ้าง แต่ก็เบาบางลงบ้าง คิดได้ว่า จะมานั่งเซ็งๆอยู่ก็กะไรอยู่ ก็คงต้องค่อยๆ ดู ค่อยๆแก้กันไปอะนะครับ "ชีวิตยังไม่สิ้นก็คงต้องดิ้นกันไป" อะเนอะ

ขอขอบคุณมากๆ สำหรับทุกๆกำลังใจที่มีให้ครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อย่างที่ติดค้างกันไว้เมื่อคราวที่แล้วอะนะครับ ว่าจะมาเล่าตอนที่ไปเชียงใหม่ เมื่อ 24-26 กพ.50 มาให้ฟังกัน คราวนี้ก็ได้ฤกษ์ได้ชัยมาเล่าซะที

 

 

 

 

ทริปเชียงใหม่ครั้งนี้ที่ได้ไป  ก็เพราะว่า เราจะไปงานแต่งงานลูกสาวของลุง ซึ่งเป็นรุ่นพี่ของพ่อครับ แล้วทางครอบครัวของคุณลุง ตั้งรากอยู่ที่นั่น ตอนที่พ่อกลับแม่ผม ย้ายไปทำงานที่นั่น ( พ่อไปราชการชายแดน เลยชวนแม่ย้ายตามไปด้วย แม่ย้ายไปที่โรงพยาบาลค่ายกาวิละ และผมก็เกิดที่เชียงใหม่)

คุณลุงและคุณป้าดูแลสารทุกข์พ่และแม่เป็นอย่างดี ตามประสาพี่น้องสถาบันเดียวกัน ทำให้เราสองครอบครัวสนิทสนมกันมาก พอมาเมื่อซัก 4 ปีที่แล้ว ลูกสาวของคุณลุง (คนเจ้าสาวนั่นแหละ) มาเป็นอาจารย์ที่ มศว องครักษ์ (ตอนหลังพี่เขาย้ายไป ม.นเรศวร วข.พะเยา) ครอบครัวผมก็ได้อำนวยความสะดวกครอบครัวลุงกับป้าอีกครั้งหนึ่ง

เมื่อตั้งหลักจะไปงานแต่งเชียงใหม่แล้ว ครอบครัวเราก็เลยวางแผนจะไปกันตั้งแต่วันเสาร์เลยครับ เพราะกะจะเที่ยวเชียงใหม่กันก่อน และก็ไปร่วมงานแต่งวันอาทิตย์ แล้วเช้าวันจันทร์ก็กลับ ( ลางานกันวะวันนึงเลย นานๆจะได้มีโอกาสไปเชียงใหม่ ซะที )

งานนี้ พ่อผมรับหน้าที่เป็นพลขับตลอดรายการ

 

 

 

 

 

 

>>>>>>>>>

เราเริ่มออกเดินทางจากนครนายก ตอนวันเสาร์แปดโมงเช้า กินเข้ากลางวันครั้งหนึ่ง และพักรถตอนบ่ายอีกครั้งหนึ่ง ถึงเชียงใหม่ตอน 5 โมงเย็น

 

 

แล้วเราก็เข้าที่พักกัน ที่เรือนรับรองมณฑลทหารบกที่ 33 ครับ

 

 

(ชื่อโบร๊าณ โบราณ ตั้งตามระเบียบราชการตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ )

ข้างในแบ่งซอยเป็นห้องแบบโรงแรมนะครับ ไม่ได้อยู่กันครอบครัวเดียวทั้งหลัง อาจจะไม่สะดวกสบายเหมือนโรงแรม แต่เป็นสวัสดิการให้กับข้าราชการในราคาที่ย่อมเยา และเปิดให้บริการประชาชน บุคคลทั่วไปก็สามารถเข้าพักได้ครับ ใครสนใจ หาข้อมูลจาก google ก็แล้วกันนะครับ

(ประหยัดตังค์ดี แต่ไม่เหมาะกับผู้ที่ไม่อยากเห็นจิ้งจกนะครับ แฮ่ๆ มันจะแวะมาทักทายคุณเสมอๆ มีอยู่ตัวเดียวนี่แหละ )

 

 

 

 

 

 

>>>>>>>>>>>>>>>

 

เช้ามาวันอาทิตย์ เราวางแผนกันจะเที่ยวรอบเมืองเชียงใหม่ครับ แต่รถเจ้ากรรมดันเสียซะนี่ พ่อก็เลยต้องแยกพอมันไปรักษาอาการแอร์ไม่พ่น ที่อู่แถวๆถนนวัวลายครับ (คนเชียงใหม่คงรู้จักกันดี) แล้วก้ให้เราสามคนแม่ลูกไปเที่ยวกันก่อน

( พ่อมักเป็นผู้เสียสละเสมอๆ ตอนผมเด็กๆ เวลาใครกินเหลือก็พ่ออีกนั่นแหละเป็นเทศบาลคอยเก็บ)

 

 

+++++++++++++

เราก็เลยจับรถสองแถวแดง หรือแท็กซี่ของเมืองเชียงใหม่ สองแถงแดงนี่ ถ้าไปกันคนสองคน เขาก็ไปให้นะครับ ไม่ต้องรอคนเต็ม ไปตั้งหลักกันที่วัดพระสิงห์ ตามคำชวนของนายป่านครับ เขาบอกว่า เขาเคยมาว่ายครั้งหนึ่งก่อนสอบเข้า ตท. ตอนนี้สอบได้แล้ว เลยอยากจะมาไหว้อีกครั้ง

 

 

 

 

 

 

 

 

      

การสรงน้ำเจดีย์ที่อยู่ในวัด

ใช้รอกกว้านกระบอกใส่นำขึ้นไปครับ

รอกไปให้สุดสายจนกระบอกน้ำเทน้ำ แล้วก็รอกกลับลงมา

ตอนนายป่านทำนี่ ฝรั่งมองกันตรึมครับ

คงสงสัยว่าเราทำไรกัน

 

 

 

วัดนี้เป็นวัดเก่าครับ ศิลปกรรมตามแบบฉบับของล้านนาเด๊ะๆ แต่ที่เด่นที่สุดสุดของวัดนี้ในสายตาผม กลับเป็น "ห้องน้ำ" ของวัดครับ

 

 

 

 

สะอ๊าด สะอาด เนี๊ยบอย่างกะโรงแรมชั้น 1

ต้องเปลี่ยนรองเท้าที่เขาเตรียมไว้ให้

แต่ไม่เก็บตังค์ใดๆ ทั้งสิ้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากนั้น เราก็ไปที่ที่เขาว่ากันว่า ไม่ไปที่นี่ เหมือนไปเชียงใหม่ คือ วัดพระธาตุดอยสุเทพครับ โดยสองแถวแดงอีกเช่นเคย ไปกันสี่คน 100 บาท รอ 1 ชั่วโมงรอรับกลับด้วย ก็นับว่าราคาสมน้ำสมเนื้อดีทีเดียว

 

ปรากฏการณ์นี้ ได้มาโดยบังเอิญ

 

  

 

 

 

 

 

ไอ้อ้วนเอ๋ยยยย

 

 

 

 

 

 

หลังจากลงมาลงมาจาดดอยสุเทพ รถก็ซ่อมเสร็จพอดีก็นัดมาเจอกับพ่อที่ร้าน "เพ็ญ" ร้านอาหารเหนือที่ขึ้นชื่อของเมืองเชียงใหม่ ร้านี้คนเข้าอย่างกับเขาแจกฟรีแน่ะครับ เล่นเก้าอี้ดนตรีกันเลย

 

แล้วพ่อก็ชวนไป ไนซ์ซาฟารีครับ คือเป็นสวนสัตว์กลางคืน อะนะครับ ไปดูกลางคืนถึงจะเหมาะแต่เนื่องจากพวกเราไม่มีเวลา เลยจะมาดูกลางวันแทน แต่ดูสภาพแดด แล้วคงได้หน้าดำไปงานแต่งแน่ๆ เลยถ่ายรูปกันอยู่แต่ข้างหน้าครับ

 

 

หน้าไนซ์ซาฟารี

 

  

หน้างานพืชสวนโลก แม้วันนี้จะเงียบเหงาแล้ว

แต่ได้ข่าวว่า สงกรานต์นี้จะกลับมามีชีวิตชีวา อีกครั้ง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แล้วก็ไปสวนสัตว์เชียงใหม่กีนต่อครับ แม้จะไม่ดูโมเดรินแบบไนซ์ซาฟารี แต่ผมก็ว่าร่มรื่นดีครับ

 

 

"หมีแพนด้า"

 

  

แพนกวีนกับหมี เอ้ย!! กับผม ครับ

 

 

 

 

แล้วตอนเย็นเราก่อไปงานแต่งครับ อยู่โรงแรมอะไรผมก็จำชื่อไม่ได้เสียแล้ว แต่อยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่อะแหละครับ

 

 

     อุตส่าห์เหยียดแขนถ่าย ดูสิ แขนเสื้อยับหมด

 

    

ถ่ายข้างหน้าไม่ทันครับ เจ้าสาว เจ้าบ่าว

 

ได้ดูพรีเซนเตชั่น เจ้าบ่าวทำงานอยู่ 3 จังหวัด ชต.ครับ  ส่วนเจ้าสาวก็อย่างที่บอก  ทำงานอยู่พะเยา ห่างกันเกือบ 3 พันโล !!! โห.... ชีวิตเพื่อชาติ หัวใจเพื่อเธอ ของแท้

คนทั่วไปมักเข้าใจเครื่องแบบข้าราชการการแบบที่เห็นในรูป ใส่ได้แต่ตอนแต่งงาน และมีเฉพาะทหาร-ตำรวจ

จริงๆแล้ว เขาเรียกชุดนี้ว่า "ชุดราตรีสโมสร"  ครับ และนอกจากงานแต่งงานแล้ว  ยังใช้สำหรับการเลี้ยงรับรองกลางคืน อย่างเป็นทางการ หรือระดับประเทศหรือระหว่างประเทศ หรือกำหนดการให้แต่งชุดราตรีสโมสร ซึ่งส่วนใหญ่ จะกำหนดเป็นภาษาอังกฤษ และข้าราชการพลเรือน (ทูต ครู ปลัด นายอำเภอ ฯลฯ) ก็มีชุดนี้เช่นกัน เพียงแต่เปลี่ยนเครื่องหมายตามเครื่องหมายของตัวเองครับ

 

 

และที่ขาดไม่ได้สำหรับงานแต่งานของนายทหาร-ตำรวจ ก็ "ซุ้มกระบี่" ครับ

 

  

 

มีหลายตำนาน ( = เรื่องที่เล่าต่อๆกันมา)  หลายคำบอกเล่าเหลือเกินสำหรับ การทำซุ้มกระบี่ในงานแต่งงาน  ทั้งจากที่ นักเรียนนายร้อยสหรัฐฯสมัยก่อนเมื่อจบการศึกษา เพื่อนมักจะทำให้คู่แต่งงานทีจะแต่งทันทีหลังเรียนจบ  และทำในงานเลี้ยงฉลองเรียนจบ ต่อมา ก็เลยยึดเป็นธรรมเนียมเรื่อยมา

 

แต่มีอีกตำนานนึง ที่ผมเชื่อว่า น่าจะมีเค้าความจริงค่อนข้างมาก

น่าจะมาจากไทยนี่แหละ คือ ทำซุ้มกระบี่ เพื่อเป็นการแสดงความยินดี และยอมรับกับฝ่ายหญิงที่เสียสละเลือกคนที่เป็นทหาร-ตำรวจ ซึ่งเป็นอาชีพที่ลำบาก  ต้องเสียสละ ค่าตอบแทนก็ด้อยกว่าอาชีพอื่น มีความเสี่ยงภัยสูง   ซึ่งถ้าเธอไปเลือกคนที่มีอาชีพอื่น เธอก็คงจะสะดวกสบายกว่านี้   แต่เธอผู้นั้นก็เลือกที่จะมีชีวิตที่เสี่ยงต่อการเป็น "หม้าย" เพราะสามีตาย ได้ง่ายๆ ดังนั้น  จึงทำซุ้มกระบี่ซึ่งเป็นสิ่งสูงสุดที่ตนรับพระราชทาน เพื่อเป็นขอบคุณฝ่ายหญิง

 

 

ด้วยเหตุที่ผมเชื่อในตำนานนึ้ ทำให้ผมรู้สึก ตะขิดตะขวงใจและเกือบหมั่นใส้ กับคำพูด ข้อความหรือถ้อยคำ ประเภท "เท่ห์จังเลยยย  อยากลอดบ้างจัง หรือ "แฟนไม่ได้จบเหล่าทำซุ้มกระบี่ได้ไหมค่ะ" / "กำลังแต่งงาน ทำซุ้มกระบี่ ทำไงบ้าง" 

นายทหารหลายๆคน เขาก็น้อยใจนะครับ ที่ได้รับรู้ข้อความประเภทนี้ มันฟังดูเหมือนกับว่า "ความรักมันมีค่านี้รึไง ถ้าไม่มีซุ้มกระบี่จะไม่แต่งหรือไร ถ้าเราไม่มีซุ้มกระบี่ให้ เธอจะรักเราไหม จะแต่งกับเราไหม"

 

ถ้าใครเชื่อในตำนานนี้เหมือนผม จากการที่น่ายินดี น่าจะเป็นเตรียมใจให้พร้อมกับความความไม่แน่นอนที่ คู่ชีวิตต้องร่วมกันฟันฝ่ามากกว่า

 

 

 

 

 

 

พ่อแม่ผมก็เป็นทหารนะครับ เป็นนายทหารหลักที่จบจากสถาบันของกองทัพด้วย แต่พ่อแม่ก็ไม่ได้ลอดซุ้มกระบี่   พ่อผมเป็นนายทหารหลักที่ไม่ได้แต่งเครื่องแบบในวันแต่งงานด้วยซ้ำ แม้แต่สูทก็ไม่ได้แต่ง   พ่อออกสนาม แม่ก็ยังอยู่ข้างๆพ่อเมื่อพักเสมอ บางครั้งพ่อลุ่มๆดอนๆในชีวิตราชการ  (ซึ่งมีหลายครั้งในชีวิต) แม่ก็ยังอยู่ข้างพ่อเสมอ จนถึงวันนี้ 20 กว่าปีแล้วครับ แล้วครับ

 

 

ขอโทษที่ยกตัวอย่างครอบครัวตัวเองนะครับ แต่เห็นเป็นแบบอย่างที่ดี ที่ใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ความรักที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ซึ่งทำให้ชีวิตผมไม่เคยได้ในทุกสิ่งที่ต้องการ เพราะพ่อแม่ไม่สามารถให้ได้ทุกอย่าง  แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกว่าผมขาดแคลน แต่ผมกลับมีหลายสิ่งหลายอย่าง ที่พ่อแม่ให้ แต่มันไม่มีตัวตน และวัดมูลค่าไม่ได้ มากกว่าสัญลักษณ์ใดๆ

 

คุณทายสิครับว่า ผมมีอะไร ??

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ใครทายถูก ยกนามสกุลให้ใช้ พร้อมหัวใจหนึ่งดวง เลยเอ๊า !!!

 

 

 

 

 

 

 

 

---------------------------------------- ปอ ผู้ชายแถวหลัง
Zingggggggg

อุอุอุ
000888
7 มี.ค. 2550 เวลา 18:41 น.
อืมม

ไปเชียงใหม่มากี่ครั้งๆก็ไปที่เดียวกะที่ปอไปเนี่ยแหละ เหอๆๆ

พวกอยากลอดซุ้มกระบี่+พวกบ้าเครื่องแบบ เป็นพวก"คนนอกอยากเข้า"ไง เหอะๆ

แต่คนในอย่างเรายังไม่อยากออกนะ 555

ปล. คำถามของปอ เราไม่ตอบแล้วกัน เพราะเราไม่อยากได้รางวัล แบบว่า....เรามีนามสกุลที่เราอยากใช้แล้วไง แหะๆ
000888
7 มี.ค. 2550 เวลา 18:47 น.
ไดยาวจริงๆ .... ยาวมากมาย

ยาวจนลืมว่าจะเม้นท์อะไรดี เอาเป็นว่า หายป่วยไวๆนะจ๊ะ ดูแลรักษาสุขภาพด้วยละกัน

การที่เรามีครอบครัวที่ดี น่ารัก ถือเป็นบุญวาสนาอย่างนึงที่เราได้สร้างไว้ .. ชาตินี้ก็ทำต้องความดีไว้ให้มาก เพื่อให้ชาติหน้าเกิดมามีครอบครัวที่น่ารักแบบนี้อีก ...
001040
7 มี.ค. 2550 เวลา 20:44 น.
อยากปายเชียงใหม่บ้าง
อัพซะยาวเลยเนอะพี่ปอ
002550
7 มี.ค. 2550 เวลา 21:56 น.
++ขอตอบๆๆค่ะ
+++มีความรัก ความจริงใจ
พร้อมที่จะเสียสละตน และปกป้อง ดูแล
ตลอดไปค่ะ
********************************************
พอดีแวะมาเจอเข้าหนะค่ะ
ไม่ว่ากันนะค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะค่ะ
********************************************
---****---***---จะค่อยเป็นกำลังใจให้คุณละกันนะค่ะ
+++++++++++อะไรก็ไม่สำคัญเท่าความเข้าใจ ความเชื่อใจ และความซื่อสัตย์
เชื่อมั่น
7 มี.ค. 2550 เวลา 22:17 น.
มีความรักจากครอบครัวไง อิอิ
003983
7 มี.ค. 2550 เวลา 23:06 น.
ยาวจริงๆ ด้วย เม้นไม่ถูกเลยอะค่ะ - -"
002737
8 มี.ค. 2550 เวลา 14:36 น.
ชอบมากเลยค่ะ ตรงที่คุณพูดเรื่องลอดซุ้มกระบี่ ผู้หญิงบางคนอยากมีแฟนเป็นคนในเครื่องแบบก้อเพราะแบบนี้ ทั้งๆที่ถ้าคนๆนั้นเขาไม่ได้อยู่ในเครื่องแบบ เธอจะรักที่ตัวเขาหรือว่าเครื่องแบบกันแน่

ไ ม่ ช อ บ ผู้ ห ญิ ง แ บ บ นั้ น เ ห มื อ น กั น
keikun
8 มี.ค. 2550 เวลา 16:01 น.
สวัสดีครับคุณปอ ไม่ได้เข้าไดนี้เสียนาน

อาการภูมิแพ้ตอนนี้ระบาดหนัก อากาศตอนนี้ไม่ดีเอามากๆ ผมก็เคยเป็นเหมือนกันครับ

เห็นว่ามีปัญหาในการงานมีอะไรเหรอครับ เล่าได้นะครับ เผื่อผมในฐานะที่อาจจะเคยเจอปัญหาแบบนี้มาก่อนจะได้ช่วยเหลือกันครับ

ส่วนตัวผมได้ฟังเรื่องราวของจ่าทหารท่านหนึ่งที่ไปออกรบแล้วเสียแขน เสียตาแต่ก็กลับมาทำธุรกิจจนสำเร็จได้ ผมว่าทหารเนี่ยนอกจากเสียสละแล้วยังต้องมองโลกในแง่บวกมากๆเลยนะครับ

ยังไงตอบกลับตอบมาทางเมลหน่อยนะครับ ช่วงนี้มีปัญหากับเวบไซต์exteenครับ
kkk
9 มี.ค. 2550 เวลา 01:26 น.
หมีแพนด้า.... แล้วไงหว่า??

เม้นมั่ววว ฮ่าๆ
เดี๋ยวมาอ่านนะ ;)
002377
11 มี.ค. 2550 เวลา 00:24 น.
ทำไมคนอื่น เค้าอยากลอดกัน
แต่ไก่ ไม่อยากลอดเลย

วางแผนระยะยาวไว้ เรื่องแต่ง
ไม่มีคำว่าซุ้มกระบี่อยู่ในหัวจริงๆ




003811
bliss+
11 มี.ค. 2550 เวลา 08:28 น.
Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic