+ เกิดมา ต้องตอบแทนคุณแผ่นดิน +

หัวอกนักเรียนทุน ที่หัวบื้อๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สวัสดีครับ

 

 

 

เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ขณะที่ผมไปฝังเข็มตามการรักษาหลังตามแบบดุลยภาพบำบัด ซึ่งได้รับการอนุเคราะห์จากเจ้านายให้ไปรับการรักษา อย่างที่ผมเคยเล่าให้ฟังในคราวก่อนๆ และผมก็เตรียมตัวจะกลับบ้านในตอนเย็นวันนั้น ตามแผนที่วางไว้

 

ผมได้รับโทรศัพท์จากพี่จากองค์กรที่ผมเคยฝึกงานเมื่อตอนปี 4 แจ้งว่า

เจ้านายผมส่งชื่อผมเข้าอบรม "ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับภาษาโบราณ" ซึ่งองค์กรที่ผมเคยฝึกงานเป็นผู้จัด ในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 21-22 และ 28-29 เม.ย. และนายรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนของผมทั้งหมด

 

 

เมื่อเจ้านายผมให้ความกรุณากับผมขนาดนี้ เหมือนหลายๆครั้งที่ผ่านมา แม้ว่าว่าขณะนี้ท่านจะส่งผมมาทำงานพ้นตาท่านมาแล้ว และท่านเองจะมีภารกิจมากมาย แต่เมื่อมีเรื่องอะไรที่เกี่ยวข้องกับผม ท่านจะบอกผมเสมอๆ

อย่างที่ผมเคยเล่าให้ฟังว่า เมื่อใดก็ตามที่ผมช่วยงานท่าน ท่านจะขอบออกขอบใจผมอยากจริงจังเสมอๆ ทั้งๆที่ งานที่ท่านมอบหมายก็เป็นหน้าที่ที่ผมต้องทำอยู่แล้ว รวมถึงความกรุณาอนุเคราะห์เรื่องการเจ็บป่วยของผมด้วย

แม้กระทั้งการไปอบรมครั้งนี้ ท่านยังบอกว่า "ไหวไหม๊"

ผมจึงเลือกที่จะทำงานอยู่ตรงนี้ แม้ว่าผมจะได้รับค่าตอบแทนต่ำกว่ามาตรฐานของคนรุ่นๆเดียวกัน แต่การที่ผู้ใหญ่ระดับท่านทาบทามผมมาทำงาน ทั้งๆที่คนอย่างท่านมีแต่คนจะเข้าหาแต่เข้าไม่ถึง แต่ท่านมาทาบทามผมเอง

ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งแล้วที่ผู้ใหญ่ให้โอกาสและเลือกผม  สิ่งต่างๆเหล่านี้ มีค่ามากกว่าเงินมากมายนัก

 

 

ผมจึงยินดีที่จะเปลี่ยนแผนการกลับบ้านเพื่อจะเข้ารับการอบรม

.

.

.

.

.

.

.

.

.

 

 

 

แต่ผมก็ความกังวลใจ และกดดันอยู่บ้าง เมื่อได้รู้ว่าวิทยากรผู้ให้การอบรมเป็นใคร

เพราะอาจารย์ท่านนี้ ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอักษรโบราณที่มาช่วยงานที่องค์กรที่ผมเคยฝึกงานอยู่ก่อนแล้ว ผมและเพื่อนอีกคนที่เป็นคู่ฝึกงานด้วยกัน เคยเรียนกับท่านอย่างไม่เป็นทางการมาบ้างแล้ว

ซึ่งทำให้ผมรู้ตัวเองว่า เรื่องนี้ยากมากๆ  ผมคงจะไม่ค่อยถนัดกับเรื่องนี้และไม่ค่อยเข้ากับวิธีการสอนของอาจารย์ซักเท่าไหร่ ผมตามเนื้อหาไม่ทัน ทำการบ้านที่อาจารย์มอบไม่ค่อยได้

 

บวกกับอาจารย์เองเป็นคนที่ชอบเปรียบเทียบ เพื่อนคู่ฝึกงานของผมมีความละเอียดละออ จนเกือบเข้าขั้นจุกจิก มากกว่าผม จึงถูกเอาขึ้นมาเปรียบเทียบเป็นประจำ จนผมรู้สึกเสียกำลังใจและใจเสีย บางครั้งผมรู้รู้สึกว่า ทำไมผมนี่ชั่ง บื้อ เสียเหลือเกิน

 

เมื่อกลับมาอบรมครั้งนี้ ทีแรกผมยังพอใจชื้นขึ้นบ้างว่า เป็นเพียงเเค่การเวริคช๊อปเบื้องต้น คงจะออกมาในแนวของการ "เลคเชอร์" เสียมากกว่า

 

 

แต่เมื่อได้เข้าอบรมเมื่อวันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นสองครั้งแรกอาจารย์ก็ยังคงเป็นของอาจารย์เช่นเดิม ความกดดันความกังวลใจก็ตกอยู่กับผมเช่นเดิม

การอบรมครั้งนี้ผู้เข้าอบรมส่วนใหญ่ เป็นผู้อาวุโสแล้วเกือบทั้งหมด ดร. ผศ. รศ. จากมหาวิทยาลัยบ้าง ชาวต่างชาติในประเทศไทยที่ศึกษาเจาะลึกเรื่องนี้บ้าง

มีผมกับคู่ฝึกงานของผมตอนปี 4 ที่ตอนนี้กลับมาเป็นอาสาสมัครช่วยงานขององค์การที่จัดอบรมเท่านั้น ที่อายุน้อยที่สุดในชั้น

 

 

ช่วงแรกที่อาจารย์บรรยายปูพื้นฐานผมรู้สึกสนุกมากๆ ฟังจนเพลิน

แต่พอถึงช่วงที่เกี่ยวกับอักษรโบราณจริงๆ อาจารย์กลับสอนข้ามไปข้ามมา สอนถอดความศิลาจารึกยังไม่ทันเท่าไหร่ แว็บไปสอนอักษรธรรม แว็บไปสอบอักษรขอมอักษรมอญ อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งคนอื่นในชั้นก็พูดถึงกัน แต่ก้คงมีไม่ใครกล้าพูดเพราะเกรงใจความอาวุโสของอาจารย์ คนรับการอบรมเองก็อาวุโสพอกัน ผมไปเด็กก็เลยยิ่งไม่กล้าไปใหญ่

ที่สำคัญสำหรับผม อาจารย์จะใช้วิธี ยกประโยคในจารึก ที่เป็นไม้เด็ด มาให้ถอดความ ทั้งที่อาจารย์ยังสอนไม่หมด

และอาจารย์ก็มักจะเรียกให้ผมตอบอยู่คนเดียว  เมื่อผมถอดความประโยค ออกทะเลไป อาจารย์ก็มักจะแซวผมบ้าง เหน็บผมบ้าง

ไล่เบี้ยเอาอยู่แต่กับผมนี่แหละ

 

มานึกเอาตอนหลัง อ.คงไม่กล้าถามคนอื่นๆ เพราะเขาเป็นผู้หลักผู้ใหญ่กันทั้งนั้น

 

 

 

 

ที่เด็ดที่สุด พอผมตอบคำถามของอาจารย์ไม่ได้ อ.ด็เหน็บผมว่า

เดี๊ยวก็ไปฟ้องเจ้านายเธอซะเลยนี่ !

 

ผมกดดันมาก ทั้งเสียกำลังใจและเสียหน้า ทั้งที่ทำใจไว้แล้ว

ว่า อ.ท่านนี้ ท่านเป็นคนนิสัยแบบครูโบราณ คือชอบเด็กเก่ง ชอบเด็กที่หัวไว ทำข้อสอบได้ดี 

ซึ่งทัศนคติแบบนี้นี่แหละ ที่ทำให้ระบบการศึกษาไทยยุคผม ผลักใสให้เด็กที่เรียนปานกลาง เรียนอ่อนไปในที่สุด

 

เจอจังๆหลายๆที เล่นเอาผมซึมไปเหมือนกัน

แต่ก็ต้องเก็บอาการไว้

 

 

ในส่วนของความเคารพนับถือ

และความเชี่ยวชาญ ความสามารถ  

ผมนับถืออาจารย์มากๆนะครับ

แต่อาจจะเป็นเพราะผมกับอาจารย์ ดวงไม่ค่อยสมพงษ์กัน

 และผมก็ไม่ถูกโฉลกกับเรื่องภาษาโบราณ ก็เป็นได้

 

 

 

ก็ไม่รู้ว่า อ.ท่านจะเอาเรื่องที่ผมถอดความไม่ค่อยได้ หัวช้า ตามเนื้อหาไม่ค่อยได้ ไปฟ้องเจ้านายผมจริงๆ หรือเปล่า

 

ถ้าอาจารย์เขาไปฟ้องจริงๆ ผมก็คงต้องกราบเรียนกับนายไปตามตรงว่า  "ผมได้พยายามเต็มที่แล้ว แต่เนื้อหาเนื้อหานั้นยากมากๆสำหรับผมจริงๆ ครับ"

นายท่านก็คงเข้าใจผม

 

 

 

 

 

 

 

 

เฮ้อ !!! ....เหลือ วันเสาร์-อาทิตย์นี้ อีก 2 วัน

ก็คงต้องสู้ ๆทนๆ กันไป ให้สมกับความกรุณาของนายที่ส่งผมไปอบรม

 

 

แต่แค่คิดถึงวันอบรม ก็เหนื่อยแล้วครับ เฮ้อออออออ

 

---------------------------------------- ปอ ผู้ชายแถวหลัง
Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic