+ เกิดมา ต้องตอบแทนคุณแผ่นดิน +

คนมีมากมายหลายหลากประเภท

 

 

 

สวัสดีครับ

 

ตั้งแต่ย้ายมาทำหน้าที่คีย์ข้อมูล ผมมักจะอยู่ล่วงเวลางานปกติไปมากๆ บางวันเลิกงาน 5 โมง ผมก็นั่งคีย์ต่อไปจนถึง 5 โมงครึ่งบ้าง 6 โมงครึ่งบ้าง เพราะอยากให้ข้อมูลเข้าเครื่องมากๆ จะได้คอยรับข้อมูลที่จะคีย์ในวันต่อๆไปไม่ให้ตกค้าง (แต่ก็ยังมีค้างอยู่บ้าง )

และอีกอย่างหนึ่งคือ มีพี่โปรแกรมเมอร์คนหนึ่ง มักจะนั่งทำงานอยู่จนค่ำๆ อาจจะเป็นเพราะเขายังโสด จึงไม่ต้องรีบกลับไปไหน เขาจะต้องคอยเบคอัพข้อมูล ที่เจ้าหน้าที่ทั้งหลายคีย์ลงไป หรือการทำการใดๆกับระบบเครือข่ายของที่ทำงาน ในตอนเย็นๆ เกือบค่ำของทุกวันเสมอ  ผมจึงนั่งทำงาน จนล่วงเวลางานได้ 

แต่วันนี้ พี่เขาจะกลับเร็ว เขาเลยขอให้ผมเลิกคีย์ก่อนเวลา เพื่อเขาจะได้เผื่อเวลาไว้แบคอัพของมูล ผมก็เลยได้อานิสงค์ ได้มาคุยกับคุณๆ (แต่กว่าผมจะเรียบเรียงอัพไดเสร็จ ก็คงล่วงไปหลังเวลางานอยู่ดี)

 

ผมเริ่มหน้าที่ใหม่ มาได้เกือบๆเดือน  สิ่งที่ผมได้ข้อคิด (บางผมก็เรียกว่า ผลึกของความคิด) เป็นประสบการณ์ก็คือ  สิ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญที่สุด ของคนทำงานในองค์กรที่เป็นเรื่องเป็นราวมั่นคง กลับไม่ใช่เรื่องของ ลักษณะงาน เงินเดือนหรือสวัสดิการ เพราะเรื่องต่างๆเหล่านี้ ย่อมมีความแน่นอนไปตามระบบที่องค์กรได้วางไว้อยู่แล้ว

 แต่กลับเป็นเรื่องของ "คน" รอบตัวในที่ทำงานเรานี่แหละ ที่เป็นเรื่องที่ซับซ้อน ละเอียดอ่อน มากที่สุด

 

 

เคสที่ 1

เมื่อวันจันทร์ที่แล้ว หัวหน้างานที่ทำงานอยู่ชั้นเดียวกับผม ต้องการหาคนมาช่วยพิมพ์งานที่จะต้องพิมพ์เพื่อไปรวมรวมข้อมูลทำวิจัย (ที่ทำงานผมมีภารกิจรองคือ รับจ้างทำวิจัย) เขาขอให้ผมช่วยหาเพื่อนหรือใครที่ยังไม่มีงานทำ ช่วยมาพิมพ์งานทางนี้หน่อย

แต่เขาสามารถสนับสนุนค่าจ้างเป็นรายวันได้เท่านั้น โดยคนที่มาช่วย สามารถขอไปไปทำกิจธุระหางาน สัมภาษณ์ งานที่อื่นได้โดยอิสระ

ผมหาเพื่อนมาได้คนนึง และเพื่อนคนนี้ ก็หาเพื่อนมาได้อีกคน

พี่หัวหน้างานวิจัย ก้ได้คนมาช่วยงานโดยการสรรหาของ HR จำเป็น อย่างผม

 

มีอยู่วันหนึ่ง "นาย" หมายเลข 1 ขององค์กร  (ก็คือนายคนที่ให้ความกรุณาผมเสมอมานั่นแหละ) เข้ามาที่ชั้นที่ผมทำงาน เพื่อมาสั่งงานพี่อีกคน และท่านเองก็ค่อนข้างคุยงานนานทีเดียว

ผมก็กะไว้แล้วละครับ ผมสองจิตสองใจว่า ผมจะพาเพื่อนสองคน ไปแนะนำตัวกับนาย ด้วยตัวผมเองดี หรือว่าจะรอให้ "พี่หัวหน้าวิจัย" เป็นผู้แนะนำ ในฐานะผุ้มอบหมายงานโดยตรงดี

ผมเลือกที่จะพาไปแนะนำเอง เพราะผมคิดว่า อย่างไรเสีย นายก็ต้องเดินมาในจุดที่ผม กับเพื่อนอีก 2คน นั่งอยู่ อยู่แล้ว ผมเลือกที่จะ "รอจังหวะ" ให้นายคุยธุระให้เสร็จก่อนตามมารยาท

ซึ่งส่วนนี้พี่หัวหน้าวิจัย กับผม คงคิดตรงกัน

พอนายคุยเสร็จ ท่านก็เดินมาที่ผมจริงๆ ผมก็แนะนำเพื่อนอย่างที่ได้กะไว้

และนายก็มีทีท่าสบายๆ ไม่ได้เคร่งครัดอะไรตามสไตล์ของท่าน เหมือนเคย

แต่หลังจากนั้นซักพัก พี่หัวหน้าวิจัย ก็เดินเข้ามาตำหนิผม ว่า ผมนิ่งดูดาย ไม่ยอมพาเพื่อนไปแนะนำกับนาย ซักที ต้องรอให้นายเดินมาหา  

มกำลังจะพูดว่า ผมเห็นนายคุยอยู่ ผมรอจะเหมาะ แต่บังเอิญว่านายเดินมาพอดี ผมพาเพื่อนเข้าหานายพอดี  และผมก็ได้แนะนำเพื่อนให้นายรู้จัก ไปแล้ว

แต่ผมก็ยังไม่ทันได้ชี้แจงอะไร หัวหน้าแกก็เดินเฉิบๆ ไปเสียก่อน

 

 

 

 

 

 

เคสที่ 2

ถัดมาเมื่อเช้านี้ พี่อีกคน ที่ทำหน้าที่คีย์ข้อมูลด้วยกัน แต่อยู่คนละตึก โทรมาบอกผมว่า ให้ผมช่วยดูความถูกผิดของข้อมูลให้ละเอียดหน่อย เพราะ ผมใช้รหัสผ่านในการคีย์ข้อมูลในชื่อของพี่เขา (ซึ่งเขาบอกให้ใช้) และขณะนี้พี่เขากำลังแก้ไขข้อมูลที่ผม พิมพ์ตกหล่นอยู่ (ในรหัสของเขา)

เรื่องพิมพ์ตกพิมพ์พิมพ์หล่นผมก็พอเข้าใจ ว่าอาจจะมีบางจังหวะที่ผมเบลอๆไปบ้าง เพราะข้อมูลซ้ำๆคล้ายๆกันทั้งวัน และผมเป็นปุถุชน คนคนึ่ง ไม่ได้สมบูรณ์แบบอะไร มันก็ต้องมีบ้าง และเมื่อพี่เขาบอกมา ผมก็น้อมรับ แต่ผมถามว่า ผิดตรงไหนบ้างจะได้แก้ไข พี่เขากลับอ้ำๆ อึ่ง ตอบผมไม่ได้แล้วเพียงแต่บอกปัดๆว่า หลายจุดๆ

และข้อความหลังนี่ซิครับ

 

 "เนี้ย น้องปอทำในชื่อพี่อะ ถ้ามีอะไรที่ตกหล่นๆไป มันจะมีผลกับการพิจารณาขั้นเงินเดือน ของเราสองคนนะ เพราะเราทำด้วยกัน แต่มันเป็นชื่อพี่ "

 

น้ำเสียงที่ผมได้ยินและรู้สึกได้ผมกับรู้สึกว่า ความผิดพลาดเล็กๆน้อยๆของผม ซึ่งผมก้พร้อมที่จะรับและแก้ไขมัน และยอมรับเสมอว่ามันเป็นความผิดในส่วนของผมเองนั้น  มันเป็นภาระให้เขาต้องมาคอยแก้ไข และอาจจะมีผลต่อการเลื่อนขั้นเงินเดือน (ของเขา)

( ทั้งๆที่ผมเคยบอกแล้วว่า "ส่งมาให้ผมแก้ก็ได้ครับ งานของผมเอง ผมจะรับผิดชอบในการแก้ไขเอง แต่เขาก็ไม่ยอมส่ง เหมือนกับว่าเอาไว้เป็นวัตถุดิบในการ บลั๊บ ผม อย่างคราวนี้ )

 

คือสรุปแล้ว เขาห่วงว่า ผมจะเป็นตัวถ่วงการพิจารณาขึ้นขั้นเงินเดือนของเขา

คนหนอคน สุดท้ายก็นึกถึงตัวเอง

 

 

ผมก็เลยคิดว่า ถ้าพี่โปรแกรมเมอร์กลับมาจากออกหน่วยเมื่อไหร่ ผมคงขอให้พี่เขาตั้งรหัสเข้าฐานข้อมูลในชื่อของผมเอง ผมจะได้รับผิดชอบแก้ไขส่วนที่ผมพลาดไปเอง แล้วจะได้รู้ด้วยว่า ผมพลาดตรงไหน  ส่วนของพี่เขาถ้าเขาพลาดเขาจะได้แก้ของเขาเอง แยกส่วนกันไป.

 

พี่คนนั้นเขาจะได้ไม่ต้อง มี"ห่วง"

 

และผมอยากจะบอกพี่เขา ว่า

พี่ครับผมเป็นลูกผู้ชายพอ

ถ้าผมผิด ผมพร้อมจะรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว

พี่ไม่ต้องกังวลว่าผมจะทำให้พี่เดือดร้อน

 

 

คนหนอ คน วกวนซับซ้อน เหลือเกิน

 

 

ไม่ไม่เครียดนะครับ ถือซะว่ามันเป็นประสบการณ์ชีวิต

 

 

 

 

 

---------------------------------------- ปอ ผู้ชายแถวหลัง
Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic