+ เกิดมา ต้องตอบแทนคุณแผ่นดิน +

เดี๋ยวพี่. !!!.. คนพิการขึ้น

 

 

 

สวัสดีครับ

ตั้งแต่ผมมาอยู่กรุงเทพฯ จนถึงตอนนี้ 7 ปี แล้วคุณเชื่อไหมครับผมขึ้นรถเมล์นับครั้งได้  และจะไม่รู้เส้นทางรถเมล์ในกรุงเทพฯ เท่าไหร่  หรือเข้าขั้นไม่รู้เลย

ถ้าจำเป็นจริงๆ จะต้องขึ้นแบบที่ต่อเดียวเที่ยวเดียว จะเลี่ยงการต่อหลายสายหรือต้องต่อสายที่เราไม่รู้จัก

ไม่ใช่ติดหรู หรือคุณหนูอะไรนะครับ แต่เนื่องจากผมขาไม่ดีใช่ไหมครับ สิ่งที่ผมกลัวมากในการใช้ชีวิตในเมืองหลวง แห่งนี้ก็คือ

"การข้ามถนน" กับการขึ้นและลงรถเมล์

เพราะว่าผมเดินกระย๊อกกระแย๊ก ขโยกขเยก เวลาข้ามถนน หรือขึ้นรถเมล์จะรู้สึกว่า "มันไม่ได้จังหวะ บางทีก็กลัวจะวิ่งไม่ทัน หรือขึ้นและลงไม่ทันรถเมล์ เพราะผมเคลื่อนไหวช้า กลัวกระเป๋ารถเมล์ จะด่าเอา

(และก็เคยถูกด่าจริงๆ)

เกิดผิดจังหวะขึ้นมา ลังกาเกรียวไม่นับรอบ  ม้วนต้วนเข้าไปซุกใต้ท้องรถขึ้นมา ได้ไปเกิดใหม่แน่ๆ

ตอนเด็กๆ ที่เรียนอยู่ลพบุรี ด้วยความกระย๊อกกระแย็กของผมนี่แหละ พ่อแม่จะไม่อยากให้ผมขึ้นรถเมล์เลย ตอนเด็กๆผมก็เข้าใจอะนะครับ ว่ารถเมล์ฉวัดเฉวียนมาก พ่อแม่เป็นห่วง ถ้ารู้ว่าแอบขึ้นรถเมล์คนเดียว จะโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงมากๆ แต่ตอนนั้นผมก็ไม่เข้าใจว่าจะโกรธอะไรกันนักหนา

พอโตมา เข้าเรียน ม.ปลาย ที่ โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย

พ่อแม่ปล่อยให้ขึ้นรถเมล์ไปโรงเรียนเองเลย ไม่เป็นห่วงเรื่องรถเมล์ แบบหัวฟัดหัวเหวี่ยงอย่างแต่ก่อน และก็ปล่อยอิสระให้หลายๆอย่าง

บวกกับตอนนั้น พ่อแม่ย้ายไปทำงานที่ รร.จปร.แล้ว แต่เราตกลงกันว่า ผมขอให้จบ ม.6 ก่อน ขอให้น้องจบ ป.6 ก่อน ไม่อยากไปปรับตัวใหม่ ในตอนนั้น และค่อยยกครอบครัวย้ายตามกันไป

(ประชาธิปไตยแบ่งบานเสมอในบ้านของเรา อิอิ )

ดังนั้นในช่วงนั้น ในวันธรรมดาผมจะอยู่กับน้องและ ย่า และพี่เลี่ยงชื่อป้าสม ที่พ่อแม่หามาเพื่อดูแลและเป็นเพื่อนย่า ซึ่งเป็นอัมพฤกษ์ และพ่อแม่ฝากฝังในดูแลทะโมนสองตัว อย่างผมกะน้องด้วย อิอิ และก็มีเพื่อนๆและลูกน้องของพ่อและแม่ แวะเวียนมาดูพวกเราด้วยน้ำใจไมตรีที่ดี เป็นประจำ

พ่อแม่จะโทรมาคุยด้วยทุกวัน และทุกๆวันหยุด พ่อกับแม่จึงจะกลับมาบ้านที่ลพบุรีเสมอๆ

เราในฐานะลูกก็ทำหน้าที่ของเราไป โดยไม่ได้คิดว่า ขาดหรือน้อยใจอะไร เพียงแต่สถานการณ์และวิถีชีวิตกำหนดให้เราเป็นอย่างนั้น

เรากลับมองว่ามันเป็นเรื่องที่ดี ที่เราเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ผมมีอิสระในการทำหลายๆอย่าง ผมกระย๊อกหระแย๊ก ขึ้นรถเมล์ไปโรงเรียนและกลับบ้านเอง แต่กระนั้น ผมคุมตัวเองว่าจะต้องไม่เข้าบ้านหลัง 1 ทุ่มถ้าไม่จำเป็นจริงๆ

 ทุกๆเย็น ผมจะโทรไปถามป้าสมเสมอว่า รถโรงเรียนมาส่งน้องหรือยัง ไปซื้อกับข้าวหรือยัง เย็นนี้จะกินอะไรดี ถ้าวันไหนจะกลับค่ำ เพราะผมเป็นกรรมการนักเรียนด้วย อาจจะติดทำงานที่โรงเรียน ก็จะโทรไปบอกน้าสมเอาไว้โดยละเอียด เผื่อพ่อกลับแม่โทรมา และบอกทุกๆคนว่าไม่ต้องรอทานข้าว

( แต่เก็บไว้เผื่อหนูด้วยนะป้า 555)

 

จะเล่าเรื่องรถ เมล์ ไถลไปซะไกล กลับมาๆ

 

 

 

 

...

 

 

 

...

 

...

 

 

แล้วจะกลับมายังไงละ

 

เริ่มตรงนี้เลยละกันนะครับ

 

พอมาช่วง 3-4 เดือนที่ ผมลงเรียน ป.โท เกือบทุกๆเย็น ผมจะต้องไปเรียนที่ตึกแถวเพลินจิต แรกแรกๆ ผมก็ขึ้นรถไฟฟ้าไป พอมาช่วงหลังๆ เกิดนึกอยากประหยัดขึ้นมาบ้าง ก็เลยขึ้นรถเมล์ดู

 แล้วรถเมล์ก็สร้างความประลาดใจให้กับผม

 

 

หลายคัน พ่อเจ้าประคุณห่อตะบึงมาหยุดที่ป้ายที่ผมจะขึ้นอย่างน่าหวาดเสียว แต่พอผมก้าวขึ้นไป พี่กระเป๋ารถเมล์ มักจะพูดด้วยน้ำเสียงสไตล์กระเป๋ารถเมล์พิมพ์นิยมว่า " เดี่ยววว เพ่ คนพิการจะขึ้น" หรือไม่ก็ เดี๋ยยยยว เพ่ ขาไม่ดีๆ รอแป๊ป

และเกือบทุกครั้งที่ผมขึ้นรถเมล์ ผมจะได้นั่งครับ

แล้วคนที่ลุกให้ผมนั่งส่วนใหญ่ ก็จะเป็นน้องวัยรุ่น ประมาณว่า ขาเดฟมาเลย ถอดแบบพี่ปั๊ป โปเตโตมาเลย เหมือนยิ่งกว่าตัวจริงอี๊ก!!!

แล้ว หลายๆคัน ที่ถึงแม้จะเป็นรถร่วม ที่ไม่ได้เข้าโครงการรถเมล์ฟรี ต้องเก็บตังค์

แต่ส่วนใหญ่ แกมักจะไม่เก็บตังค์ผม

เวลาแกวิ่ง แกก็ฟอมูล่าวันตามสไตล์แกนั่นแหละครับ

แต่พอผมจะจะลง

พี่กระเป๋าก็จะตะโกน

" เดี๋ยวๆๆๆ เพ่ๆๆๆ ช้านิดช้านิด คนพิการจะลง"

 

 

 

 

 

 

บ่อยครั้งที่ผมขึ้นรถเมล์ไทย แล้วอุ่นใจจัง

 

 

---------------------------------------- ปอ ผู้ชายแถวหลัง
^_^

คิดถึง
002476
22 ต.ค. 2551 เวลา 17:45 น.
เมืองไทยมันเมืองพุทธ
รอยยิ้ม อบอุ่น แทรกกลางความวุ่นวาย
ของสังคมเมืองเสมอ

ยังไงที่นี่ก็น่าอยู่

คิดถึงนายปอ จัง
นานๆ อัพทีนะเรา
003747
22 ต.ค. 2551 เวลา 17:47 น.
อ่ะ โกรธ น้องหญิง

แย่งหมอซิง

งอนๆ
003747
22 ต.ค. 2551 เวลา 17:48 น.
น้ำใจของคนไทยยังมีอยู่นะครับพี่
รักกันนะครับคนไทย
อย่างน้อยคนที่ดีๆในสังคมก็ยังมีอยู่เยอะนะครับ
005019
22 ต.ค. 2551 เวลา 17:49 น.
นี่แหละค่ะ สังคมคนเมืองหลวง
น้องผึ้งเชื่อว่าลึกๆ แล้ว เราทุกคนก้เป็นคนดีนะคะ อยู่ที่วาจะแสดงออกมามากหรือน้อยเท่านั้นเอง

^^
002930
22 ต.ค. 2551 เวลา 17:52 น.
น้ำใจคนไทยมีอีกเยอะ
ถ้าเราลองเปิดใจมองดู

แต่ว่า ที่ไม่มีน้ำใจกเยอะ ฮี่ฮี่ฮี่
004953
22 ต.ค. 2551 เวลา 18:06 น.
น้องชายพี่ก็พิการเหมือนกันค่ะ แต่ไม่มีใครดูออกว่าเค้าพิการ เลยไม่ค่อยได้รับน้ำใจ จากคนไทย แบบนี้

อ่านแล้วรู้สึกดีจังเลย ค่ะ
สู้ต่อไปนะคะ
001075
22 ต.ค. 2551 เวลา 18:12 น.
ระวังๆนะ เป็นห่วง ^^

เจอน้ำใจไมตรีดีๆ ก็ถือว่าโชคดีนะ ท่ามกลางสังคมแบบนี้อ่ะ
003052
22 ต.ค. 2551 เวลา 18:33 น.
ง่ะ พี่หมอ. . .ซะงั้น เอิ้กๆ
002476
22 ต.ค. 2551 เวลา 18:59 น.
แอบดีใจที่ยังมีคนมีน้ำใจอยู่ในสังคมไทย

วันนี้ตอนเย็นแนทขึ้นรถไฟฟ้า ดันเห็นผู้ใหญ่แย่งที่นั่งจากเด็กน้อย เฮ้อ
001040
22 ต.ค. 2551 เวลา 19:17 น.
อ่านไดวันนี้แล้วยิ้ม
น้ำใจคนไทยยังมีเหลือเฟือเนอะคะ

^________________________^
000431
(:
22 ต.ค. 2551 เวลา 19:32 น.
มันก็ยังคงมีเหลืออยู่เนอะ
002146
22 ต.ค. 2551 เวลา 19:39 น.
คนไทยมีน้ำใจให้กันเสมอจ้า..น้อง


อัพถี่ ๆ หน่อยสิจ๊ะ
005030
22 ต.ค. 2551 เวลา 21:48 น.
ในเมืองหลวงที่มีแต่ความวุ่นวาย
กลับยังมีเรื่องดี ๆ ที่อ่านแล้วยิ้มได้
ขอให้คำว่าน้ำใจ ไม่หายไปจากสังคมไทย

^^
002422
22 ต.ค. 2551 เวลา 22:04 น.
ยังไงคำว่าน้ำใจก็ยังคงมีอยู่แหละค่ะ
002850
22 ต.ค. 2551 เวลา 23:09 น.
ความจริงกระเป๋ารถเมล์ใจดีนะ
เมื่อก่อนขึ้นรถเมล์ไปโรงเรียน ได้นั่งฟรีบ่อยๆ 555
002737
22 ต.ค. 2551 เวลา 23:59 น.
ทำไมกระเป๋ารถเมล์ใจดีจังเลย

ป๊อกเจอนะ แต่ใจอ่ะเยอะ

แต่ใจดีก้พอมีบ้าง บางครั้งใจรู้สึกประทับใจป้าแก เหอะๆ
003518
23 ต.ค. 2551 เวลา 03:50 น.
^_________________^

มุมดีๆจากรถเมล์ไทย
004805
23 ต.ค. 2551 เวลา 06:32 น.
พอคนแก่ลงก็จะบอกว่า

"ช้านิดดดดดด..คนแก่ลง"

ถ้ามีเด็กด้วยก็จะบอกว่า

"มีเด็กด้วยพี่...เอ้าก้าวๆๆครับ"

พอวันนั้นหนูจะลง

"ป้ายหน้า....วัยรุ่นด้วยยยยยย"

ฮา อิอิ

001192
23 ต.ค. 2551 เวลา 08:04 น.
น้ำใจคนไทยอ่ะเนอะ

เวลาเห็นภาพเเบบนี้มักจะอมยิ้มเสมอ

คนไทยรักกันนนน

ช่วยเหลือกานนนน

004994
23 ต.ค. 2551 เวลา 10:17 น.
คนไทยส่วนใหญ่มีน้ำใจครับ
005053
23 ต.ค. 2551 เวลา 20:22 น.
Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic